Job

มีใครบ้างที่ตอนนี้เป็น Salary Renger แล้วบ้างครับ?

อาจจะงงกันว่า Salary Renger คืออะไร? อันนี้ เป็นคำที่อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นในห้อง irc ที่ผมอาศัยอยู่ ฮิตกันพักนึง อนึ่ง เนื่องจากตอนแรกที่รู้จักกันเนี่ย บางคนก็เพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็เลยสนุกสนานเฮฮากันไปเรื่อย

แต่พอวันเวลาผ่านไป คนที่ทำงานใหม่ ๆ ก็กลายเป็นคนที่ทำงานมานาน คนที่เคยเรียนก็กลายเป็นคนทำงาน ในช่วงกลางวัน เลยเกิดเหตุการณ์ว่ามีแต่คนที่ทำงานมานั่งคุยกัน ปรับทุกข์ หุ้น การเมือง เงินเดือน ที่ทำงาน และจิปาถะ เลยกำเนิดเป็น salary renger ขึ้น

จริง ๆ ไม่เกี่ยวกันกับเรื่องที่จะเล่าเลยแฮะ เหอ ๆ เอาเป็นว่า ย้อนความกันนิดหน่อยแล้วกัน

ตั้งกะแรก ๆ ที่ผมทำงานมา ผมทำงานมาสี่ปี ที่ทำงาน 3 ที่ ด้วยอัตราเงินเดือนที่เกือบเท่ากันมาตลอด 15k 18k และ 15k ที่แรก ๆ ก็ตามสไตล์เด็กทำงานทั่วไป ย้ายงานปกติ เงินเดือนขึ้นมาหน่อยนึง แต่ที่ปัจจุบันเนี่ย ผมทำเพราะใจรัก รู้ทั้งรู้ว่าเงินเดือนน้อยก็ยังทำ เพราะมันยังมีอะไรที่ท้าทายให้ผมทำอีกเพียบ

แต่ปัจจุบัน ผ่านมาสองปีแล้ว สิ่งเหล่านั้นหาไม่ได้อีกแล้ว

- งานเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ ต้องหาทำเอง ไม่มีใครขอ

- คนช่วย ไม่มี เพราะหาคนเขียน java เป็นน้อยมาก(เท่าที่เห็นตอนสัมภาษณ์งาน)

-นโยบายรับคน ไม่ค่อยมี ขนาดมีคนลาออกไปแล้วสี่คน แต่เพิ่งรับใหม่แค่สองคน แล้วจะให้ใครมาช่วยล่ะเนี่ย -

กลับมาที่งาน รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยมีความคิดที่จะหันไปเอาดีทาง java กัน เพราะระบบในที่ทำงานมันเป็น cold fusion กับ power builder

- สิ่งสุดท้าย เงินเดือน....เพื่อนบางคน เงินเดือนไปแล้วสี่หมื่น....ทั้ง ๆ ที่ความสามารถน่าจะพอกัน

นั่นแล...เลยคิดว่าถึงเวลาที่จะเสาะแสวงหาสิ่งใหม่แล้ว เริ่มจากปรับปรุงข้อมูลใน jobsdb.com จากประสบการณ์ 2 ปีเป็น 4 ปี มาเพียบเลยครับ...ขอ resume.... ดีใจจัง

แต่มีเจ้านึงนัดไปสัมภาษณ์ ก็โอเค ลองไปดู ใกล้ดีด้วยอยู่แถวตึก ชินวัตร 1 ไปถึง กรอกใบสมัคร กรอกประวัติการทำงาน นั่น มีข้อสอบ java กับภาษาอังกฤษ ลองเชิงด้วย แต่หวานเรา ^ ^

จนเมื่อการสัมภาษณ์เริ่มขึ้น ก็สอบถามไปเรื่อย พี่น้อง งานที่ทำ เงินเดือนที่เคยได้รับ (กรอกไปหมดแล้วยังมาถามเราอีก แปลก)

แล้วจู่ ๆ คำถามสำคัญก็มาถึง "เงินเดือนที่คาดหวัง" ก็ตอบไปตามที่คิด วัดจากตลาดแรงงานที่ได้ยินมา ประสบการณ์ที่มี

"ไม่คิดว่าเป็นการก้าวกระโดดเกินไปหรือ?"

ตอบไปแบบมั่นใจ ว่าตามประสบการณ์แล้ว สมควรตามที่ขอไป

"ปกติ การย้ายงาน เขาขอเงินเดือนเพิ่มกันแค่ 30% ไม่มีใครขอ 100% แบบคุณหรอกนะ"

และนั่น ก็คือสาเหตุที่ทำให้รู้สึกตะหงิด ๆ.....

งานไม่ได้วัดกันที่ประสบการณ์หรอกรึ?

หมายความว่า ถ้าอยากได้เงินเดือนมากกว่าเดิม 100% ต้องย้ายงาน 4 ครั้ง ไม่ใช่ประสบการณ์สี่ปีใ่ช่ไหม?

ทั้ง ๆ ที่อธิบายไปแล้วว่า ที่อยู่ปัจจุบัน เพราะใจรัก อยากทำ เลยยอมรับเงินเดือนเท่านี้แท้ ๆ .........

นั่นสิ....ถ้าเขาต้องการแบบนี้ ทำไมเราต้องง้ออีกล่ะ.....

ในเมื่อวัดคนจากแค่ จำนวนงานที่ย้าย ไม่ใช่จากประสบการณ์ ก็แสดงว่าความคิดเห็นไม่ตรงกันแล้ว ตอนท้าย เขาบอกว่า ให้ทำการ update resume ให้ตรงกับที่เขาต้องการ ก็คิดว่า คงจะทำแล้วส่งไปให้เขา แต่ที่ทำ เพื่อเอาไว้เสนอที่อื่นต่างหาก เห็นแก่ตัวไปไหมเนี่ย = ='

แก้ไข ตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไม blog มันพิมพ์แปลกไป มันไม่มีคำสั่งพวก ตัวเอียงตัวหนาให้เล่น คนเลยอ่านยาก แย่จัง - -)>

แก้ไขเมื่อ 22/2/2548 17:56:45


edit @ 2005/07/01 11:54:08

ดูท่า...มันจะกลายเป็นคำบ่นของชีวิต salary renger ไปซะแล้ว T^T
ก็ หลังจากเหตุการณ์ที่ทุกท่านได้ทราบไปแล้ว ผมเลยตั้งหน้าตั้งตาหาว่ามีที่ไหนอีกไหมที่ผมพอจะทำงานได้
หาไปหามาก็ให้ท้อใจนัก เพราะที่ ๆ สนใจ ไอ้เราก็ยังไม่เคยทำ เช่น J2EE (Java สำหรับองค์กรขนาดใหญ่)
ก็เลยไปลองหาพวก Web Developer ซึ่งก็เจอทำนองว่า

"ถ้ามีเว็บที่พัฒนาเองจะพิจารณาเป็นพิเศษ"
เอาล่ะสิ เราเองก็มีแต่งานที่ทำที่นี่ ไม่มีงานเป็บเว็บเป็นตัวเป็นตน แต่เรารู้ว่าเราก๊อพอมีความสามารถ
แต่ถ้าไม่มีอ้างอิง ใครเข้าจะเชื่อจริงไหมครับ - -'

ดังนั้น คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะทำงานหรือทำอยู่ ทำเว็บเถิดครับ ไม่รู้จะทำอะไรก็ทำไป เพราะอย่างน้อยนั่นก็เป็นแหล่งอ้างอิงความสามารถของคุณเอง
ตอนนี้ก็เลยคิดจะทำเว็บแล้วล่ะ ซึ่งสิ่งที่คิดว่าจะทำมันก็ใหญ่พอควรล่ะนะ เพื่อแสดงความเก๋าของเราให้ชาวโลกได้รับรู้

หวังว่าจะออกมาไม่ใช่ เก๋า(ปิ๊ป)นะ....

ตอนนี้ก็เลยกำลังมองหาคอมพิวเตอร์มือสองแบบว่าไม่ห่วยมาก กะว่าจะเอามาลองยำ linux อะไรเทือก ๆ นี้ดู จะหาดี ๆ ได้ไหมนะ - -


edit @ 2005/07/01 11:54:02

ความคับแค้นใจในความความโง่เขลา....
วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งครับ ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับเพื่อนที่เคยร่วมงานกันตอนที่เพิ่งจบปริญญาตรีมาใหม่ ๆ
"วันที่ 18 ว่างไหม เราจะแต่งงาน"
อ้าว ดีสิ เราต้องไปแสดงความยินดี
ผมไปถึงที่งานประมาณหกโมงเย็น เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะหน้าตาดีเป็นพิเศษ เรื่องนี้ไม่ผิดไปเลย(รวมทั้งวันของผมเองด้วย :P)
สิ่งที่ต้องเจอแน่ ๆ ในการไปงานแต่งงานอดีตเพื่อนร่วมงานก็คือ งานร่วมญาติอดีตเพื่อนร่วมงาน
เมื่อประมาณสามปีก่อน ผมเคยหงุดหงิดกับหัวหน้างานสองคนมาก ขอสมมุติชื่อว่า พี่ R กับ พี่ N แล้วกัน
ตอนนั้นเพราะเรื่องบางเรื่องที่เกิดกับพี่ R กับ พี่ N ทำให้ผมทนไม่ไหว(เป็นบ้าไรฟะ) จนต้องขอลาออก ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของเงินเดือนกับการเลื่อนตำแหน่ง

และผมก็ได้พบกับพี่ทั้งคู่ แต่ความละอายบางส่วนที่ตอนนั้นลาออกมาเพราะเหตุผลงี่เง่าบางส่วนก็เลยทำให้ผมรู้สึกผิด
แต่พี่เขาก็ดี ทักทายผม ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ถามเรื่องการงาน พร้อมกับแนะนำว่า อย่าหยุดอยู่ที่เดิม ให้ก้าวหน้าต่อไป ไข่คว้าความรู้ใหม่ ๆ
ซึ้งครับ...อย่างแรง ประโยคนี้พี่ R เป็นคนพูด
หลังจากหมดเรื่องบนเวทีของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว พี่ R ก็ขอกลับไปก่อน
แล้วผมก็ได้นั่งคุยกับพี่ N (จริง ๆ นั่งคุยกับแกพร้อมกับพี่ R น่ะแหละ)
แล้วก็ได้ฟังทัศนะคติของแกเกี่ยวกับเรื่องงาน อะไรหลาย ๆ อย่าง

ซึ้งเลยครับ....ผมนี่โง่เขลามาก....โง่มากที่ลาออกจากงานที่มีพี่สองคนนี้เป็นหัวหน้า ผมยอมรับเลยว่าพี่สองคนนี้เป็นคนที่ผมอยากเอาเป็นแบบอย่าง เขาทั้งสองคนมีความสามารถ มีสิ่งที่ผมสามารถเรียนรู้ได้มาก แต่ผมกลับทิ้งโอกาสเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ในส่วนนั้นเพียงเพราะเรื่องของเงินเดือนและตำแหน่งหน้าที่การงาน

ผลลัพธ์ในปัจจุบัน เงินเดือนปัจจุบันของผมยังได้ไม่เท่าตอนที่ลาออกมาเมื่อสองปีก่อนเลยด้วยซ้ำ....(จริง ๆ สมัครใจทำมากกว่า)
นั่นคือเรื่องโง่เรื่องที่หนึ่ง.....
เรื่องโง่เรื่องที่สอง ไม่ขอเล่าความมากมาย ย่อ ๆ คือผมปฎิเสธการไปร่วมงานกับบริษัทหนึ่งเพียงเพราะข้อเสนอในการขอให้อยู่ต่อ
ปัจจุบัน เช่นเดิม ประสบการณ์ที่ดีอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ไม่เอา.....(ยังเสียใจจนทุกวันนี้ แต่อดีตมันย้อนกลับมาไม่ได้นี่นะ :P)

สิ่งที่ผมเจ็บใจมันเกิดจากการได้คุยกับพี่ทั้งสองคนที่ว่า
นี่ผมทำอะไรอยู่เนี่ย...ไม่เข้าใจ งานตอนนี้ผมเหมือนทำไปวัน ๆ ไม่มีความสนุกสนาน มีสิ่งที่อยากจะทดลองทำบานตะเกียง แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะทำไป มันก็เอามาใช้กับงานไม่ได้ ซึ่งถ้าทำเพราะอยากทำ แต่ใช้งานไม่ได้ มันจะกลายเป็นเอาเวลางานไปทำสิ่งที่ไม่จำเป็นกับงานซะนั่น
มีหลายอย่างจะเล่า แต่พอคิดแล้วมันก็หงุดหงิดตัวเอง

คนอื่นเขาไปถึงไหนแล้ว~
เราอยู่ไหนเนี่ย~

โชคดีอย่างว่า ตอนนี้มีงานนอกเข้ามาสองตัว
ถ้าลาออก มาทำงานนอกสองตัว ตัวงานน่าสนใจกว่า ไฟในการทำงานลุกพรึ่บพรั่บ แถมเป็นงานประเภท freelance ทำงานที่บ้าน เงินที่ได้ต่อเดือนเท่ากับที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
น่าสนใจนะ....ตอนนี้ตัดสินใจไป 80% แล้วว่าสิ้นเมษานี้คงลาออก อยู่ที่ว่าอีก 20% มันจะมาเมื่อไหร่ แต่คงไม่เกินปลายเดือนนี้

อยากเก่งกว่านี้ - -+ อยากไปให้ไกลกว่านี้ - -+++

อ้อ ลืมไป คติประจำ blog นี้ :P
คนมีความสามารถในการทำงานมีน้อย หากคุณได้เจอคนประเภทนั้น คนที่คุณอยากได้เป็นแบบอย่าง อย่าละทิ้งโอกาสในการเรียนรู้งานจากเขา เพียงเพราะเงินเดือน ตำแหน่ง ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัย ตักตวงสิ่งที่ดีของเขา สิ่งไม่ดีช่างมัน
เงินเดือน ตำแหน่ง ได้มาจากความสามารถ ได้จากประสบการณ์ ซึ่งการเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

หวังว่าคงจะช่วยพวกคุณที่เข้ามาอ่านได้นะครับ - -)>

แก้ไขนิดหน่อย....ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัยพี่เขานะครับ ^^;; แค่สมมุติ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด

แก้ไขเมื่อ 19/3/2548 0:55:00


edit @ 2005/07/01 11:53:56