2005/Mar/18

ความคับแค้นใจในความความโง่เขลา....
วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งครับ ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับเพื่อนที่เคยร่วมงานกันตอนที่เพิ่งจบปริญญาตรีมาใหม่ ๆ
"วันที่ 18 ว่างไหม เราจะแต่งงาน"
อ้าว ดีสิ เราต้องไปแสดงความยินดี
ผมไปถึงที่งานประมาณหกโมงเย็น เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะหน้าตาดีเป็นพิเศษ เรื่องนี้ไม่ผิดไปเลย(รวมทั้งวันของผมเองด้วย :P)
สิ่งที่ต้องเจอแน่ ๆ ในการไปงานแต่งงานอดีตเพื่อนร่วมงานก็คือ งานร่วมญาติอดีตเพื่อนร่วมงาน
เมื่อประมาณสามปีก่อน ผมเคยหงุดหงิดกับหัวหน้างานสองคนมาก ขอสมมุติชื่อว่า พี่ R กับ พี่ N แล้วกัน
ตอนนั้นเพราะเรื่องบางเรื่องที่เกิดกับพี่ R กับ พี่ N ทำให้ผมทนไม่ไหว(เป็นบ้าไรฟะ) จนต้องขอลาออก ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของเงินเดือนกับการเลื่อนตำแหน่ง

และผมก็ได้พบกับพี่ทั้งคู่ แต่ความละอายบางส่วนที่ตอนนั้นลาออกมาเพราะเหตุผลงี่เง่าบางส่วนก็เลยทำให้ผมรู้สึกผิด
แต่พี่เขาก็ดี ทักทายผม ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ถามเรื่องการงาน พร้อมกับแนะนำว่า อย่าหยุดอยู่ที่เดิม ให้ก้าวหน้าต่อไป ไข่คว้าความรู้ใหม่ ๆ
ซึ้งครับ...อย่างแรง ประโยคนี้พี่ R เป็นคนพูด
หลังจากหมดเรื่องบนเวทีของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว พี่ R ก็ขอกลับไปก่อน
แล้วผมก็ได้นั่งคุยกับพี่ N (จริง ๆ นั่งคุยกับแกพร้อมกับพี่ R น่ะแหละ)
แล้วก็ได้ฟังทัศนะคติของแกเกี่ยวกับเรื่องงาน อะไรหลาย ๆ อย่าง

ซึ้งเลยครับ....ผมนี่โง่เขลามาก....โง่มากที่ลาออกจากงานที่มีพี่สองคนนี้เป็นหัวหน้า ผมยอมรับเลยว่าพี่สองคนนี้เป็นคนที่ผมอยากเอาเป็นแบบอย่าง เขาทั้งสองคนมีความสามารถ มีสิ่งที่ผมสามารถเรียนรู้ได้มาก แต่ผมกลับทิ้งโอกาสเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ในส่วนนั้นเพียงเพราะเรื่องของเงินเดือนและตำแหน่งหน้าที่การงาน

ผลลัพธ์ในปัจจุบัน เงินเดือนปัจจุบันของผมยังได้ไม่เท่าตอนที่ลาออกมาเมื่อสองปีก่อนเลยด้วยซ้ำ....(จริง ๆ สมัครใจทำมากกว่า)
นั่นคือเรื่องโง่เรื่องที่หนึ่ง.....
เรื่องโง่เรื่องที่สอง ไม่ขอเล่าความมากมาย ย่อ ๆ คือผมปฎิเสธการไปร่วมงานกับบริษัทหนึ่งเพียงเพราะข้อเสนอในการขอให้อยู่ต่อ
ปัจจุบัน เช่นเดิม ประสบการณ์ที่ดีอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ไม่เอา.....(ยังเสียใจจนทุกวันนี้ แต่อดีตมันย้อนกลับมาไม่ได้นี่นะ :P)

สิ่งที่ผมเจ็บใจมันเกิดจากการได้คุยกับพี่ทั้งสองคนที่ว่า
นี่ผมทำอะไรอยู่เนี่ย...ไม่เข้าใจ งานตอนนี้ผมเหมือนทำไปวัน ๆ ไม่มีความสนุกสนาน มีสิ่งที่อยากจะทดลองทำบานตะเกียง แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะทำไป มันก็เอามาใช้กับงานไม่ได้ ซึ่งถ้าทำเพราะอยากทำ แต่ใช้งานไม่ได้ มันจะกลายเป็นเอาเวลางานไปทำสิ่งที่ไม่จำเป็นกับงานซะนั่น
มีหลายอย่างจะเล่า แต่พอคิดแล้วมันก็หงุดหงิดตัวเอง

คนอื่นเขาไปถึงไหนแล้ว~
เราอยู่ไหนเนี่ย~

โชคดีอย่างว่า ตอนนี้มีงานนอกเข้ามาสองตัว
ถ้าลาออก มาทำงานนอกสองตัว ตัวงานน่าสนใจกว่า ไฟในการทำงานลุกพรึ่บพรั่บ แถมเป็นงานประเภท freelance ทำงานที่บ้าน เงินที่ได้ต่อเดือนเท่ากับที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
น่าสนใจนะ....ตอนนี้ตัดสินใจไป 80% แล้วว่าสิ้นเมษานี้คงลาออก อยู่ที่ว่าอีก 20% มันจะมาเมื่อไหร่ แต่คงไม่เกินปลายเดือนนี้

อยากเก่งกว่านี้ - -+ อยากไปให้ไกลกว่านี้ - -+++

อ้อ ลืมไป คติประจำ blog นี้ :P
คนมีความสามารถในการทำงานมีน้อย หากคุณได้เจอคนประเภทนั้น คนที่คุณอยากได้เป็นแบบอย่าง อย่าละทิ้งโอกาสในการเรียนรู้งานจากเขา เพียงเพราะเงินเดือน ตำแหน่ง ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัย ตักตวงสิ่งที่ดีของเขา สิ่งไม่ดีช่างมัน
เงินเดือน ตำแหน่ง ได้มาจากความสามารถ ได้จากประสบการณ์ ซึ่งการเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

หวังว่าคงจะช่วยพวกคุณที่เข้ามาอ่านได้นะครับ - -)>

แก้ไขนิดหน่อย....ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัยพี่เขานะครับ ^^;; แค่สมมุติ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด

แก้ไขเมื่อ 19/3/2548 0:55:00


edit @ 2005/07/01 11:53:56
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ช่วยได้มากเลยค่ะ
ขอบคุณมาก
#1  by  เหอ At 2005-03-18 23:16, 
อ่านแล้วบาดใจมากครับ

/me = = '' เราต้องการจะทำอะไรหว่าตอนนี้
#2  by  Kuro Noire At 2005-03-18 23:39, 
ตอบเป็น blog นะครับ อยากให้คนอื่นๆได้อ่าน ^^
http://www.exteen.com/comment.asp?user=paepae&entryid=33620
#3  by  PaePae At 2005-03-18 23:39, 
อืมม.. บางทีอะไรๆที่มันผ่านไปแล้วพอเราย้อนกลับไปมองเราก็จะมองมันเห็นได้ชัดเจนกว่า ณ เวลาตรงนั้นมันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่(ตอนนี้คิดว่าตัดสินใจผิด)เราคิดว่าถูกต้องแล้ว แต่ไม่มีอะไรสายเกินไป และยิ่งน่าภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาเจอกับพี่ๆเค้าด้วย แสดงว่าสวรรค์เริ่มเห็นใจลุงมากขึ้นอีกนิดแล้วแหละ ถึงส่งพี่สองคนนี้มาให้ลุงได้เจอ ยินดีด้วยค่ะ.. :)
#4  by  Sonaplass (61.90.103.36) At 2005-03-20 15:48, 
นั่นสิคะ ตอนนี้ผมอยากทำอะไรยังไม่รู้เลย เมื่อกลางวันนี้ก็เพิ่งคุยกับพี่ที่ทำงานไป ว่างานเนี่ย มันไม่มีอะไรเลย ไม่น่าท้าทาย คือ ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใช้ความสามารถอะไรเท่าไหร่... งานแบบนี้ มันทำให้เราเอื่อยเฉื่อยลงไปทุกวัน ... อยากย้ายงาน แต่ก็รู้สึกเสียดายตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ทำอยู่ เพราะอยากรู้ข่าวสารต่างๆ ของสาขานี้ ... แต่มันไม่ก้าวหน้าแฮะ

(จากการคอมเม้นท์ กลายเป็นการบ่นของตัวเองไปซะอีก - -;)
#5  by  gsawa (203.121.130.32) At 2005-03-22 16:55, 
เก็บสิ่งที่ผิดพลาดในตอนนั้นเป็นบทเรียนสำหรับตัวเราในวันนี้ บางทีถ้าลุงไม่ลาออกตอนนั้น ก็อาจจะไม่มีลุงในวันนี้ก็ได้นา~ เรื่องอดีตทำพลาดไปแล้วก็ช่างมันค่ะ ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก็พอ ^_^

ขอบคุณสำหรับคติประจำ blog นะคะ m(_ _)m
#6  by  satyros (203.156.77.243) At 2005-03-25 01:45, 
อืม ตอนนี้ผมเพิ่งจบใหม่ สดๆเลยครับ กำลังเจอกับอะไรหลายๆอย่างที่ลุงเขียนบอก บล็อกลุงช่วยผมได้เยอะเลยครับ ขอบคุณมากๆ
#8  by  garun At 2005-05-25 02:03, 
งือ อ่านแล้วรู้สึกหวั่นอนาคตตัวเองอ่ะลุง ชีวิตการงานผมมันจะออกมาเป้นยังไงหว่า
ลองคิดถึงความรู้สึกตอนทำงานบริษัทนึงนานๆ แล้วมีบริษัทอื่นมาเสนอเงินเดือนกับตำแหน่งดีๆให้ เราที่ผูกพันกับบริษัทเก่าไปแล้วจะลาออกมันก็เจ็บเนอะ T_T นี่แหละหนา ชีวิตซาลารี่แมน
#9  by  Temp Nightflare At 2005-06-03 02:28, 
อ่านแล้ว รูสึกเศร้ากว่าเดิมอีก ตอนนี้ก็รู้สึกอะไรทํานองนี้แหล่ะ
#17  by  ซูโบอัน At 2008-05-06 23:52, 

<< Home