ความคับแค้นใจในความความโง่เขลา....
วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งครับ ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับเพื่อนที่เคยร่วมงานกันตอนที่เพิ่งจบปริญญาตรีมาใหม่ ๆ
"วันที่ 18 ว่างไหม เราจะแต่งงาน"
อ้าว ดีสิ เราต้องไปแสดงความยินดี
ผมไปถึงที่งานประมาณหกโมงเย็น เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะหน้าตาดีเป็นพิเศษ เรื่องนี้ไม่ผิดไปเลย(รวมทั้งวันของผมเองด้วย :P)
สิ่งที่ต้องเจอแน่ ๆ ในการไปงานแต่งงานอดีตเพื่อนร่วมงานก็คือ งานร่วมญาติอดีตเพื่อนร่วมงาน
เมื่อประมาณสามปีก่อน ผมเคยหงุดหงิดกับหัวหน้างานสองคนมาก ขอสมมุติชื่อว่า พี่ R กับ พี่ N แล้วกัน
ตอนนั้นเพราะเรื่องบางเรื่องที่เกิดกับพี่ R กับ พี่ N ทำให้ผมทนไม่ไหว(เป็นบ้าไรฟะ) จนต้องขอลาออก ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของเงินเดือนกับการเลื่อนตำแหน่ง
และผมก็ได้พบกับพี่ทั้งคู่ แต่ความละอายบางส่วนที่ตอนนั้นลาออกมาเพราะเหตุผลงี่เง่าบางส่วนก็เลยทำให้ผมรู้สึกผิด
แต่พี่เขาก็ดี ทักทายผม ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ถามเรื่องการงาน พร้อมกับแนะนำว่า อย่าหยุดอยู่ที่เดิม ให้ก้าวหน้าต่อไป ไข่คว้าความรู้ใหม่ ๆ
ซึ้งครับ...อย่างแรง ประโยคนี้พี่ R เป็นคนพูด
หลังจากหมดเรื่องบนเวทีของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว พี่ R ก็ขอกลับไปก่อน
แล้วผมก็ได้นั่งคุยกับพี่ N (จริง ๆ นั่งคุยกับแกพร้อมกับพี่ R น่ะแหละ)
แล้วก็ได้ฟังทัศนะคติของแกเกี่ยวกับเรื่องงาน อะไรหลาย ๆ อย่าง
ซึ้งเลยครับ....ผมนี่โง่เขลามาก....โง่มากที่ลาออกจากงานที่มีพี่สองคนนี้เป็นหัวหน้า ผมยอมรับเลยว่าพี่สองคนนี้เป็นคนที่ผมอยากเอาเป็นแบบอย่าง เขาทั้งสองคนมีความสามารถ มีสิ่งที่ผมสามารถเรียนรู้ได้มาก แต่ผมกลับทิ้งโอกาสเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ในส่วนนั้นเพียงเพราะเรื่องของเงินเดือนและตำแหน่งหน้าที่การงาน
ผลลัพธ์ในปัจจุบัน เงินเดือนปัจจุบันของผมยังได้ไม่เท่าตอนที่ลาออกมาเมื่อสองปีก่อนเลยด้วยซ้ำ....(จริง ๆ สมัครใจทำมากกว่า)
นั่นคือเรื่องโง่เรื่องที่หนึ่ง.....
เรื่องโง่เรื่องที่สอง ไม่ขอเล่าความมากมาย ย่อ ๆ คือผมปฎิเสธการไปร่วมงานกับบริษัทหนึ่งเพียงเพราะข้อเสนอในการขอให้อยู่ต่อ
ปัจจุบัน เช่นเดิม ประสบการณ์ที่ดีอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ไม่เอา.....(ยังเสียใจจนทุกวันนี้ แต่อดีตมันย้อนกลับมาไม่ได้นี่นะ :P)
สิ่งที่ผมเจ็บใจมันเกิดจากการได้คุยกับพี่ทั้งสองคนที่ว่า
นี่ผมทำอะไรอยู่เนี่ย...ไม่เข้าใจ งานตอนนี้ผมเหมือนทำไปวัน ๆ ไม่มีความสนุกสนาน มีสิ่งที่อยากจะทดลองทำบานตะเกียง แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะทำไป มันก็เอามาใช้กับงานไม่ได้ ซึ่งถ้าทำเพราะอยากทำ แต่ใช้งานไม่ได้ มันจะกลายเป็นเอาเวลางานไปทำสิ่งที่ไม่จำเป็นกับงานซะนั่น
มีหลายอย่างจะเล่า แต่พอคิดแล้วมันก็หงุดหงิดตัวเอง
คนอื่นเขาไปถึงไหนแล้ว~
เราอยู่ไหนเนี่ย~
โชคดีอย่างว่า ตอนนี้มีงานนอกเข้ามาสองตัว
ถ้าลาออก มาทำงานนอกสองตัว ตัวงานน่าสนใจกว่า ไฟในการทำงานลุกพรึ่บพรั่บ แถมเป็นงานประเภท freelance ทำงานที่บ้าน เงินที่ได้ต่อเดือนเท่ากับที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
น่าสนใจนะ....ตอนนี้ตัดสินใจไป 80% แล้วว่าสิ้นเมษานี้คงลาออก อยู่ที่ว่าอีก 20% มันจะมาเมื่อไหร่ แต่คงไม่เกินปลายเดือนนี้
อยากเก่งกว่านี้ - -+ อยากไปให้ไกลกว่านี้ - -+++
อ้อ ลืมไป คติประจำ blog นี้ :P
คนมีความสามารถในการทำงานมีน้อย หากคุณได้เจอคนประเภทนั้น คนที่คุณอยากได้เป็นแบบอย่าง อย่าละทิ้งโอกาสในการเรียนรู้งานจากเขา เพียงเพราะเงินเดือน ตำแหน่ง ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัย ตักตวงสิ่งที่ดีของเขา สิ่งไม่ดีช่างมัน
เงินเดือน ตำแหน่ง ได้มาจากความสามารถ ได้จากประสบการณ์ ซึ่งการเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด
หวังว่าคงจะช่วยพวกคุณที่เข้ามาอ่านได้นะครับ - -)>
แก้ไขนิดหน่อย....ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบขี้หน้า ไม่ชอบนิสัยพี่เขานะครับ ^^;; แค่สมมุติ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด
แก้ไขเมื่อ 19/3/2548 0:55:00
edit @ 2005/07/01 11:53:56