2010/Aug/17

ไม่ได้อัพบล๊อกมานานจนจำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าล่าสุดตอนไหน

 แต่มีเรื่องฮา ๆ ของลูกชายคนที่สอง ก็เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง

ลูกชายคนที่สอง ชื่อสเก็ตครับ ตอนนี้เกือบสองขวบซึ่งก็ทำให้ได้เวลาที่จะต้องไปเข้าโรงเรียนแล้ว ด้วยเหตุผลติดขัดบางประการทำให้ไม่ได้เข้าตอนต้นเทอมมาเข้ากลางเทอม

วันแรกที่จะต้องไปโรงเรียน พ่อและแม่ก็ลุ้นอย่างตื่นเต้น เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เด็ก ๆ มักจะงอแงร้องไห้เวลาไปโรงเรียนวันแรก และต้องใช้เวลาปรับตัวซักระยะกว่าจะชินและยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี

 อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เป็นห่วง เพราะสเก็ตเป็นเด็กที่ร้องไห้ได้น่าสงสารมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา และถ้าวันแรกของการไปโรงเรียนงอแงขึ้นมาล่ะก็แม่บางคน(แถว ๆ นี้) คงร้องไห้เป็นเผาเต่าแน่

และวันนั้นก็มาถึง เมื่อถึงหน้าโรงเรียนก็พาไปหาคุณครู และตามฟอร์มครับ จะเดินพาแม่ไปด้วย ต้องให้คุณครูแอบหลอกไปเล่นแล้วพ่อแม่ก็ชิ่งไปทำงานต่อ

ตอนเที่ยง คุณแม่โทรไปที่โรงเรียนด้วยใจระทึก คำตอบที่ได้รับจากครูใหญ่คือ

"น้องไม่ร้องไห้เลยค่ะ เล่นกับเพื่อนดี ว่านอนสอนง่าย"

โอเค ไม่แปลก เพราะคุณพี่ชาย น้องสกายก็เป็นแบบนี้ สามวันแรกเริงร่า พอวันที่สี่ร้องไห้จ้า

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนถึงวันนี้ตอนเช้า ผมสังเกตเห็นรอยแดง ๆ ที่ขึ้นบนหลังกับแขน พอคุยกันแล้วสงสัยจะแพ้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อใหม่ที่ซื้อมาเลยกะว่าจะให้หยุดหนึ่งวันเผื่อไปเห่อที่โรงเรียน

"สเกต วันนี้ไม่ไปโรงเรียนนะ อยู่บ้าน"

"ม่าย"

แล้วก็...ร้องไห้ครับ

เด็กร้องไห้เพราะไมได้ไปโรงเรียน

สงสารก็สงสาร แต่ด้วยความเป็นห่วง เลยต้องให้อยู่บ้าน ให้พี่เลี้ยงหลอกพาไปเล่น แต่ท่าทางจะหลอกยากเพราะผมยังได้ยินเสียงร้องไห้ตอนกำลังจะขึ้นรถอยู่

สิบโมง แฟนผมโทรมา

"สเกตไปโรงเรียนแล้วนะ"

"หา?"

"ม๊าไปที่บ้าน ไปดูสเกต เห็นหน้าตาไม่มีความสุขเลย พอถามว่าเป็นไง ตอบมาว่า ไปแล้ว"

 ประมาณ พ่อกับแม่ทิ้งไว้ที่บ้านแล้วพาพี่ชายไปโรงเรียนแล้ว - -' พอดูอาการแล้วมันแพ้ไม่เยอะ + ความสงสารก็เลยพาไปโรงเรียน ระหว่างทางคงไม่รู้ว่าจะถูกพาไปไหน อาจจะคิดว่าไปโรงพยาบาล หน้าตาก็ยังไม่มีความสุข จนพอลงจากรถแล้วเห็นว่ามาโรงเรียนก็...

"โอ้.."

มีความสุขทันใด...

เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เด็กที่อยากมาโรงเรียนจนร้องห่มร้องไห้ เหอๆ

2009/Apr/16

1. เป็น Writer หรือว่า Reader
ทั้งสองอย่าง เป็น Writer เพราะอยากเขียนเรื่องที่ตัวเองอยากเขียน เป็น Reader เพื่ออ่านการใช้ภาษาของคนอื่นและแนวเรื่อง

2. อ่านฟิคแฟนด้อมไหนบ้าง
ไม่เคยอ่าน :)

3. เขียนฟิคแฟนด้อมไหนบ้าง
ถ้าเขียนฟิก ro เรียกว่าเป็นแฟนฟิกได้ก็คงตอบว่าเคยเขียน นอกนั้นก็เคยเขียนแฟนฟิกของนิยายเรื่องอื่น

4. ชอบคู่ไหนมากที่สุด
-

5. เหตุผลที่ชอบ
-

6. ทำไมถึงมาเขียนฟิค
เริ่มแรกสุดเริ่มจากเฮฮากับฟิกคนละท่อนของพ็อคเก็ตสมัยแรก ๆ ที่ยังเป็น free board อยู่ ท่อนที่จำได้ไม่ลืมคือมีตัวอะไรซักอย่างโผล่ออกมามือซ้ายถือตะหลิว มือขวาถือกะทะแล้วพูดว่า "อาหารคือการดวล!"

หลักจากนั้นพอไปใช้บอร์ดของ dserver แล้ว แกะน้อยที่บังเอิญผ่านมา( A little lamb who passed by) มาแต่งฟิกสามก๊กฉบับพ็อคเก็ต เลยไปเสนอหน้าแต่งด้วย แล้วรู้สึกสนุกดี เลยคิดเรื่องของตัวเองขึ้นมา

7. เขียนฟิคมาแล้วกี่เรื่อง
ถ้านับประเภทที่เคยแต่งมาซักหนึ่งตอนล่ะก็..น่าจะ 6 เรื่อง มี 2 เรื่องที่ลอกจบ (ใช่ลอกจบ) เพราะตอนนั้นชอบเรื่องหุบเขากินคนกับเจาะเวลาหาอดีตมาก พลอตหลักนี่เอามาจากต้นเรื่องเปลี่ยนตัวละครนิดเดียวเอง :P

8. เขียนฟิคมานานแค่ไหน
ถ้านับสองเรื่องที่ลอกเขามา ก็ตั้งแต่ประมาณ ม.3 ถ้าไม่นับก็ตั้งแต่จบ ป.ตรี

9. เรื่องแรกที่เขียนคือ...
Rebirth of Eutopia ยังเป็นเรื่องที่อยากเขียนให้จบอยู่ แต่ตอนนี้โครงเปลี่ยนไปเยอะและยังไม่นิ่ง แต่ถ้าเขียนจริงคงเป็นสิบเล่มกว่าจะจบเลย เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวละครหลายกลุ่ม เป็นเรื่องที่อยากให้เป็นเรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายที่แต่ง เพราะถ้าแต่งมันจนจบได้มันคือทุกอย่างที่อยากจะให้นิยายของตัวเองเป็น และคิดว่าคงไม่สามารถจะคิดหรือแต่งเรื่องออะไรได้ขนาดนั้นอีกแล้ว

แม้มันจะดูเน่า ๆ นิดหน่อยก็เถอะ :P

10. ชอบฟิคเรื่องไหนของตัวเองมากที่สุด
ชอบทุกเรื่องที่ตัวเองแต่ง แต่ถ้ามากที่สุดก็คงเป็นนิยายที่แต่งเรื่องกับคนหลาย ๆ คนอยู่ ตัวละครที่รับผิดชอบเป็นช่างเหล็กที่สูญเสียการแสดงความรู้สึกทางใบหน้าและมีความสามารถในการพูดคุยกับอาวุธได้

อยากให้เรื่องนี้แต่งให้จบ ถึงแม้จะไม่ได้เนื้อเรื่องทุกอย่างดังที่ตัวเองคิดไว้ให้ตัวละครตัวนี้ก็ตาม

11. เพราะอะไร
เพราะเป็นเรื่องที่แต่งให้ตัวละครได้มีมิติกว่าเรื่องอื่น ๆ มั้ง? เรื่องอื่นมีตัวละครเกี่ยวพันหลายตัวเราแสดงลักษณะเฉพาะของแต่ละตัวไม่ดีนัก แต่เรื่องนี้รับผิดชอบเฉพาะตัวละครของเราทำให้เราเข้าถึงตัวละครได้ดีมากกว่า

12. ถ้าจะแนะนำฟิคตัวเองให้คนอื่นอ่าน จะเลือกเรื่องไหน
ไม่ซักเรื่อง :P

13. เพราะอะไร
เพราะไม่มีเรื่องไหนที่แต่งจบ บางเรื่องเป็นแค่ไอเดียเพราะแต่งแค่ตอนเดียวเอง

14. มีนักเขียนฟิคในดวงใจไหม
มี

15. ที่ชอบมากที่สุดคือใครล่ะ
ดำรงค์ อารีกุล

16. ทำไมถึงชอบ
น่าจะเป็นเพราะการดำเนินเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ง่าย เหมาะกับการอ่านเพื่อผ่อนคลาย ไม่ต้องคิดว่ามันจะมีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนเยอะแยะ

17. ถ้าให้เรียงลำดับฟิคชั่นที่ชอบมากที่สุด มาสัก 5 เรื่องล่ะ พร้อมเหตุผลด้วย
อนึ่ง ฟิกชั่นสำหรับผมคือนิยาย

อธิษฐานเลยสิจ๊ะ ของ ดำรงค์ อารีกุล ตอนนี้หาไม่ได้แล้วนอกจากจะไปหาในห้องสมุด เรื่องราวที่อยู่กับธรรมชาติของเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชอบที่มันดำเนินเนื้อเรื่องจากชีวิตประจำวันของตัวละครแต่ละตัวที่จู่ ๆ ก็ถูกผูกเข้ากับไคลแมกซ์ของเรื่องได้อย่างเนียน รวมทั้งจุดจบของเรื่องที่สอนอะไรหลาย ๆ อย่าง

Harry Potter and the deathly hollow ภาคจบของนิยายดังที่จบได้โดนใจผมมาก ถ้ามันจบแบบว่าแฮรี่เก่งขึ้นมหากาฬแล้วสามารถปราบโวลเดอร์มอร์ได้ผมจะเผามันทิ้ง แต่ฉากจบในเรื่องนี้ถูกใจผมมาก ตัวเอกไม่จำเป็นต้องเก่งอย่างไร้เหตุผลเสมอไป

Knight Wing ของนักเขียนไทยซึ่งมีนามว่าอะไรก็จำไม่ได้ แม้การผูกเรื่องบางส่วนจะดูแปลก ๆ แต่หลาย ๆ จุดในเรื่องก็ประทับใจอย่างน่าประหลาด

18. ตอนนี้อยากเขียนฟิคแนวไหนมากที่สุด
แนวรักใส ๆ หวานแหวว ม.ปลาย บลา ๆๆๆ


19. เพราะอะไร
คือ..มีความรู้สึกว่า พอแต่งงานแล้ว ให้มานั่งนึกว่าเรื่องไหนที่มันทำให้เราใจเต้น เด็ก ๆ เขาเริ่มรักกัน สารภาพรักกัน คบกัน

ไอ้เรื่องพวกนี้มันเป็นไงฟะ...ลืมไปหมดแล้ว


20. ชอบอ่านฟิคแนวไหนที่สุดล่ะ
แฟนตาซี

21. ฟิคแบบไหนที่จะไม่อ่านเลย
ฟิกที่มีอีโมชั่นไอคอน - -' ^o^ และอื่น ๆ อีกมากมาย บางทีไปเดินร้านหนังสืออยากอ่านฟิกวัยรุ่นหวานแหวว เปิดมาเจอพวกนี้นี่วางทันที

22. เคยคิดจะเลิกเขียนฟิคไหม
ไม่

23. เพราะอะไร
ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้วที่กลับมาเขียนนิยาย แม้จะเป็นคนละเรื่องกัน ยิ่งรอบหลังที่มาแต่งนิยายร่วมกับคนอื่นใน occr ยิ่งทำให้รู้ว่าตัวเองชอบแต่งนิยายมากขนาดไหน เล่นเกมอย่างมากห้าทุ่มก็นอน แต่ช่วงหลังนอนตีหนึ่งตีสองเพราะนิยายนี่สิ - -'

24. แล้วชอบเขียนฟิคแนวไหน
แฟนตาซี โลกแห่งดาบและเวทย์มนต์

25. ถ้าให้หาคำจำกัดความ ฟิคของตัวเองจะใช้คำไหน
ล้างโลกกันเหอะ

26. เพราะอะไรล่ะ
คงเพราะชอบอะไรวินาศสันตะโรมั้ง? พวกหนังที่ชอบดูก็ต้องวินาศสันตะโรเหมือนกัน อาร์มาเกดอน ดีปอิมแพค และหนังอีกหลาย ๆ เรื่องที่วิกฤติสูญพันธ์

27. คิดยังไงกับฟิคตัวเองตอนนี้
อยากแต่งทุกเรื่องที่คิดออกตอนนี้ แต่ทุกเรื่องมิติยังไม่ชัดเจน เกิดขึ้นที่โลกแบบไหน? สภาพของแต่ละเมืองเป็นอย่างไร? บันไดแต่ละขั้นที่ดูเหมือนธรรมดาแต่นำไปสู่ไคลแมกซ์ของเรื่องจะต้องเป็นยังไง? หากคิดเรื่องพวกนี้ออกก็คงจะแต่งเรื่องนั้นให้จบได้

28. มีเพื่อนเป็นไรเตอร์บ้างไหม
มี

29. สักกี่คน?
10+ ได้ แต่เวลาเปลี่ยน ทุกคนก็มีเรื่องที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ มีสิ่งสำคัญที่ตัวเองต้องดูแล ไม่รู้ว่าเขาเหล่านั้นยังคิดถึงฟิกเคยคุยกันแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็มีอยู่ 5 คนอย่างตำที่ยังคิดเรื่องฟิกอยู่

30. ชอบเพื่อนไรเตอร์คนไหนมากที่สุด
คุณหมอโรงพยาบาลรามา lol

31. มีแฟนฟิคกะเค้ามั่งป่ะ
งงคำถาม

32. ชอบแฟนฟิคคนไหนมากที่สุด
งงคำถาม

33. ทำไมถึงเลือกคนนี้
งงคำถาม

34. พูดถึงฟิคแล้ว คิดถึงอะไร
เรื่องไม่จริงที่เกิดขึ้น เรื่องที่เกิดจากความประทับใจอะไรซักอย่างของเราแล้วอยากให้มันเกิดขึ้นจากเส้นทางที่ตัวเองวางไว้

35. ถ้าเกิดสักวันนึง มีคนมาลอกฟิคเรา จะรู้สึกยังไง
ไม่ได้ยอตัวเองนะ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็คงเสียใจ ยิ่งถ้าเราไม่มั่นใจว่าเราดีพอ แล้วทำไมเขาขโมยไปขายได้ ทำไมฟร้าาา (ฮา)

36. ถ้าตอนนี้ให้เลือกเพลงสักเพลงมาเขียน Song Fic จะเลือกเพลงอะไร
ไม่เลือก

37. เพราะ ?
เพราะไม่เคยคิด...แต่ไอเดียนี้ก็ไม่เลว

39. ถ้าพูดถึงฟิค "ในแบบของตัวเอง" ล่ะ นึกถึงเพลงอะไร
ไม่นึกถึงแบบไหนเลย

40. เพราะอะไร
เพราะไม่เคยคิดว่าฟิกของตัวเองเหมือนกับเพลงอะไร ฟิกของตัวเองเกิดจากแรงบันดาลใจ ความประทับใจอะไรซักอย่างไม่ได้เกิดจากความประทับใจในเพลง

41. ถ้าตอนนี้จะเขียนฟิคสักเรื่อง จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร
Tale of mana อาจจะคิดว่าชื่อมันช่างเชยเสียนี่กระไร และซ้ำกับเกม tale of series หรืออาจจะว่าผมชอบเกมแนวนี้มาก(ก็จริง) แต่ชื่อนี้มันมาจากหลาย ๆ เหตุผลทำให้มันออกมาเป็นชื่อนี้

42. ทำไมล่ะ
มันคืออีกชื่อหนึ่งของ Rebirth of eutopia ที่ผ่านการเปลี่ยนโครงสร้างของเนื้อเรื่องมาแล้ว ผมอาจมีตัวละครเอกหลายตัวที่เคยสร้างมาไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าแคลนเล้ก ๆ ในโลกของลินเนจ, ซัมมอนหนุ่มที่ทำพันธสัญญากับมังกรแม่ลูกคู่หนึ่ง หรือมังกรสาวที่ตามหาคนรักที่หายตัวไป

แต่ถ้าถามถึงเรื่องที่อยากแต่งที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ว่า

43. แล้วถ้าให้เขียนฟิคเพื่อใครสักคน ตอนนี้จะเขียนให้ใคร
เขียนให้ตัวเอง

44. ทำไม
เขียนนิยายเพื่อสนองตันหาตัวเองก็ต้องให้ตัวเองสิ

45. ความสำคัญของฟิค ที่มีต่อชีวิตตอนนี้
เป็นสิ่งสำคัญที่ซ่อนเร้นไว้ในชีวิต รองลงมาจากครอบครัวและหน้าที่การงาน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นสิ่งที่ให้เวลาเป็นอันดับ 3

46. ตอนนี้ดองฟิคเรื่องไรไว้มั่ง?
- Tale of Mana
- แฟนฟิกหัวหน้าแคลนลินเนจ
- ซัมมอนหนุ่ม (ไม่มีชื่อเรื่อง)
- มังกรสาว (ตัวละครใน void)

สี่เรื่อง

47. เรื่องล่าสุดที่เขียนไปล่ะ
ช่างเหล็กสาวหน้าตาย  ใน occr

48. อยากฝากอะไรใครป่ะ
ฝากบอกนายแพทย์หนุ่มโรงพยาบาลรามา "ถ้าไม่ได้นายชวนมาเขียนใน occr ผมก็คงยังไม่มีเวลาเขียนนิยายเช่นเคย ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าผมยังชอบเขียนนิยายและยังไม่ลืมมัน"

49. อยากบอกตัวเองในตอนนี้ ว่ายังไง
แต่งให้เสร็จซักเรื่องเหอะ

50. ข้อสุดท้ายมีไว้ทำไร
ให้ครบครึ่งร้อย

2008/Dec/17

ไปเจอใน blog ของ จีจัง กับ มิตจัง 

เลยเอามาลองกับตัวเองบ้างก็ได้ผลลัพธ์ดังนี้

You are The Magician

Skill, wisdom, adaptation. Craft, cunning, depending on dignity.

Eleoquent and charismatic both verbally and in writing, you are clever, witty, inventive and persuasive.

The Magician is the male power of creation, creation by willpower and desire. In that ancient sense, it is the ability to make things so just by speaking them aloud. Reflecting this is the fact that the Magician is represented by Mercury. He represents the gift of tongues, a smooth talker, a salesman. Also clever with the slight of hand and a medicine man - either a real doctor or someone trying to sell you snake oil.

 

 เรียกว่าได้ไพ่ที่ถูกใจก็คงได้ล่ะมั้ง ' ')a